วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Special JaeminDay : Cut Scene



Taste like you [Cakeverse]





“กูไปเป็นเมียมึงเมื่อไหร่ไอ้...อื้อออออออ”

            ใบหน้าหล่อปนหวานได้รูปโฉบเข้าประกบริมฝีปากลงบนกลีบนุ่มสีอ่อนด้วยความเร็วจนไหวตัวไม่ทัน เจโน่สะดุ้งเฮือกสุดตัวพยายามผลักอกแข็งแรงตรงหน้าออก แต่อีกฝ่ายกลับเบียดเข้าชิด ซ้ำยังดันร่างเปล่าเปลือยของเขาแนบติดผนังเย็นชืด
            “แออิน...” (แจมิน...)
            โพรงปากนุ่มถูกเรียวลิ้นร้อนรุกราน นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันในสถานะแปลกประหลาดนี่ ความหวานละมุนลึกล้ำถูกดูดกลืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าและแจมินก็พอใจกับมันมาก ขนาดที่เผลอขบปากเขาจนเลือดออก
            “อื้อ...”
            เจ็บ...
            แสบด้วย...
            “หึๆ...”
            ยังมีหน้ามาหัวเราะอยู่ได้
            “หวาน”
            รู้หรอกน่า! เจโน่ก็รู้รสชาติของตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่านับเป็นข้อดีของลูกผสมส้อมกับเค้กหรือเปล่าน่ะนะ กลิ่นช็อกโกแลตกับมินต์คละคลุ้งทั่วโพลงปาก ขณะที่เรียวลิ้นทั้งสองตวัดเกาะเกี่ยวกันและกัน หยาดน้ำเหนียวผสานกับเลือดไหลเยิ้มออกทางมุมปาก ทว่าคนอย่างนาแจมินก็ตามมาดูดเม้มกลืนกินไม่ให้น้ำจากฝักบัวมาชะล้างมันไป
            “มึงปฏิเสธกูไม่ได้หรอก...จริงมั้ย?”
            ผละออกจากเค้กรสโปรด ดวงตาหวานคมกริบกวาดมองตามโครงหน้าขาวที่กำลังขึ้นสีและหอบหายใจ ก้านนิ้วเรียวยาวเกลี่ยผิวแก้วเนียนละเอียดไล่ต่ำลงมายังกรอบหน้า ก่อนจะช้อนให้เงยขึ้นสูง เผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่อง กลิ่นยั่วน้ำลายลอยฟุ้งกลบกลิ่นครีมอาบน้ำก่อนหน้านี้จนไม่หลงเหลือ
            “หลงตัวเอง”
            “หลงมึงมากกว่า”
            รอยยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์คลี่ออกมาบนริมฝีปากสีชมพูอมส้ม แจมินโน้มหน้าลงไปคลอเคลียข้างลำคอหอมกลิ่นขนมหวาน ตวัดปลายลิ้นเลียเหมือนกำลังชิมไอศกรีมแท่งใหม่
            “มึงเป็นของกูแค่คนเดียวเท่านั้น”
            “อย่าเห็นแก่ตัวนักได้มั้ย!
            พูดจาเอาแต่ได้ตลอด ทีตัวเองล่ะเป็นอิสระนักไม่ใช่รึไง
            “กูก็เป็นของมึงอยู่แล้วนี่หว่า”
            “หะ หา!?”
            เจโน่ดันร่างของคนที่เป็นเพื่อน(?)ออกจากท่าวาบหวิว หมายจะมองหน้าและสายตาให้ชัดๆ แต่กลายเป็นตัวเขาซะเองที่ถูกพลิกให้หน้าแนบกับผนังกระเบื้องแทน
            “นี่! ไอ้แจม!
            “วันเกิดกูทั้งที เอาใจหน่อยดิ”
            “มึงพูดให้รู้เรื่องก่อนดะ ได้...อะ...อึก”
            ส่วนกลางลำตัวถูกอุ้งมือแข็งแรงจับคลึงไปมา ความเสียวสะท้านพุ่งปราดขึ้นสมองยิ่งกว่าถูกช็อตด้วยไฟฟ้า แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงแผงอกแกร่งร้อนผ่าวแนบจนชิด
            “อื้อ...อะ...ไอ้...แจ..”
            เรียวขาขาวสั่นสะท้านจนเหมือนจะเริ่มยืนไม่อยู่ ไม่เคยถูกทำมาจนถึงขนาดนี้ ไม่เคยถูกแจมินล่วงล้ำสัมผัสร่างกายมาถึงตรงนี้ เสียงครางแผ่วเริ่มหลุดออกจากลำคอเมื่อตัวตนด้านล่างถูกสาวขึ้นลงด้วยลีลาการปรนเปรอช่ำชอง
            “อา...มัน....”
            ฝ่ามือเรียวขาวจิกลงกับแผ่นกระเบื้องระบายความรู้สึกประหลาด รู้สึกเหมือนตัวกำลังลอยขึ้นที่สูงทั้งที่ยังยืนอยู่จุดเดิม
            “อื้ออออ”
            แผ่นหลังเนียนขาวสะอาดถูกริมฝีปากร้ายแทะเล็มลิ้มรสชาติหอมหวาน แม้จะถูกขบกัดแรงขึ้นทีละนิดก็ไม่อาจหยุดความปรารถนาที่พุ่งขึ้นสูงในตอนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย รสเข้มข้นติดหวานนิดๆจากดาร์คช็อกโกแลตเหมือนจะทำให้แจมินเป็นบ้า พอๆกับกลิ่นของมินต์ที่ฟุ้งไปทั้งโพรงจมูก อยากจะกลืนกินคนตัวขาวลงท้องให้มันรู้แล้วรู้รอด
            “แจมินนนนน!!
            ความต้องการพุ่งออกมาจากส่วนปลายจนเต็มฝ่ามือ เจโน่อยากทรุดลงไปกองกับพื้น หากมันทำให้เขาหลบจากอะไรก็ตามที่กำลังดุนสะโพกเขาอยู่ในตอนนี้ได้ ชายหนุ่มร่างโปร่งหอบหายใจเข้าปอด เผื่อว่ามันจะดับความร้อนระอุในร่างกายที่แม้แต่น้ำก็ไม่อาจบรรเทาได้บ้าง
            “เค้กของแจมินนี่น่าหม่ำเป็นบ้า”
            น้ำเสียงกระเส่าแบบนั้นยิ่งทำให้ร้อนไปกันใหญ่
            “กะ กูเหนื่อยแล้วแจม ค่อยทำได้มั้ย”
            “หลายครั้งแล้วเจน อย่าหวังว่าตอนนี้จะรอด”
            เรียวนิ้วอันตรายลากต่ำไปยังปากทางเข้าปิดสนิทด้านหลัง เจโน่อยากกัดลิ้นตัวเองตายในตอนที่ช่องทางสีหวานถูกปลายนิ้วนวดวนให้ลดอาการเกร็ง ของเหลวหนืดถูกใช้เป็นสิ่งแทนน้ำยาหล่อลื่นขณะที่ก้านนิ้วยาวถูกสอดเข้าไปเป็นนิ้วแรก
            “อึก...”
            “น่าเสียดาย...ถ้ามีเจลกูคงได้ชิมน้ำ...”
            “หุบปากไปไอ้บ้า! อ๊ะ”
            มีใครพูดเรื่องน่าอายได้แบบหน้าด้านๆแบบมันบ้างถามจริงเถอะ
            “ปากดีเหลือเกิน”
            สองนิ้วยาวถูกสอดเพิ่มเข้าไปในทีเดียว จุกจนเจโน่ปากดีไม่ออก ความอุ่นร้อนคับแน่นด้านในถูกคว้านลึกขยับขยายให้มากพอที่จะรองรับบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น จุดเล็กๆถูกกระทบเป็นครั้งคราวให้คนตัวขาวเสียววูบ จนเผลอครางออกมากระท่อนกระแท่น
            “เสียวปะ?”
            “ไอ้...บ้า...”
            มันเป็นความวูบโหวงประหลาดที่ชวนให้น้ำตาไหลปริ่มขอบตาโค้ง
            “กูจะอดทนไม่ไหวแล้วรู้บ้างมั้ย” นิ้วทั้งสามถูกถอนออก ตามด้วยตัวตนร้อนผ่าวแข็งขืนจ่อตรงปากทางเข้าที่ถูกเตรียมพร้อม “...แต่จะทำให้ดีที่สุดละกัน”
            ...อาจจะไม่ได้ทะนุถนอมแบบที่เคยทำมาตลอด แต่ครั้งแรกระหว่างเราจะทำให้มันวิเศษที่สุด...
            “อะ...แจม...”
            ความใหญ่โตค่อยๆสอดเข้าไปในช่องทางนุ่ม เพราะเตรียมพร้อมอย่างดีมันจึงไม่เจ็บปวดให้คนตัวขาวของเขาต้องร้องไห้ ท่อนแขนแกร่งโอบรอบเอวพอดีตัวนั้นให้แนบชิด ก่อนจะขยับเข้าออกช้าๆ
            “เจ็บมั้ย...”
            “มะ ไม่”
            จะไม่เจ็บเลยก็คงโกหก แต่มันดี...ดีกว่าที่คิดไว้มากนัก
            “จะกินแล้วนะ”
            “อื้อ”
            จบคำตอบรับนั้น แกนกายด้านล่างก็ถอดถอนออกมา ร่างโปร่งขาวผ่องมีรอยดูดประปรายถูกพลิกให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ท่อนขาเรียวงามถูกช้อนขึ้นมาเกี่ยวเอวสอบ ก่อนที่ช่องทางหวานจะถูกเติมเต็มอีกครั้ง
            “อะ...”
            เจโน่ไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ตอนนี้ไปเก็บไว้ตรงไหน ทำได้แค่โอบกอดแผ่นหลังของเพื่อนที่ไม่ใช่เพียงเพื่อนเอาไว้ จุดกระสันในร่างถูกส่วนปลายแข็งขืนกระทบเป็นจังหวะจนเสียวสะท้าน กลิ่นหอมของตัวเองลองฟุ้งจนทำให้ความร้อนระอุดุดันในตอนนี้มีความละมุนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
            “เจ...โน่...”
            ฟันคมฝังลงบนเนินไหล่ขาวผ่อง นุ่มหยุ่นเหมือนกำลังกัดกินขนมเค้กจากร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ความขมปนหวานแสนเข้มข้นกระทบกับประสาทลิ้มรสกระตุ้นความหิวกระหายให้ลุกโชนแข่งกับไฟความต้องการในตอนนี้ กลิ่นมินต์เย็นชื่นตัดกับความล้ำลึกของช็อกโกแลตดึงให้แจมินยังคงมีสติในการถนอมเค้กของตัวเอง
            “อ๊ะ...”
            ดึงสติให้กระแทกตัวฝากฝังความต้องการลงไปบนร่างขาวผ่องนี้ ความเสียวซ่านแล่นวูบวาบสุขทั้งกายทั้งใจ ยิ่งในตอนที่ลากปลายลิ้นผ่านผิวเนียนละเอียดยิ่งกว่าเนื้อของขนมเค้ก ตอนที่อ้าปากครอบครองยอดอกสีสวย ลิ้มรสชาติแสนอร่อยหวานล้ำ ก็ยิ่งทำให้ทุกสัดส่วนในร่างกายถูกเต็มเต็มจนแทบสำลัก
            “แจม...อะ ไม่...ไม่ไหว...”
            เสียวจนอยากจะเป็นบ้าตาย
            เจโน่จิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังแข็งแรงแรงขึ้นตามความรู้สึกซาบซ่านไร้ที่ระบาย รู้สึกเหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของตนอีกต่อไป เหมือนกำลังถูกส้อมตัวร้ายตักชิมตัวตนไปแทบหมดสิ้น
            “อา...ที่รัก...หวานจริงๆ”
            มือแกร่งจับบั้นเอวได้ทรวดทรงแน่น ก่อนจะโถมแรงใส่แบบไม่มียั้ง
            “อะ แจมิน! อ๊ะ...จะ จะไป...”
            “พร้อมกัน...พร้อมกันคนดี”
            สายน้ำเย็นเฉียบไม่สามารถดับไฟร้อนเร่าที่เต็มไปด้วยความกระหายของทั้งสองได้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องห้องน้ำหรูของคอนโดมิเนียมกลางเมืองใหญ่ เอวสอบขยับรัวเร็วเข้าหาช่องทางร้อนผ่าว ขณะที่ป้อนจุมพิตแสนเผ็ดร้อนให้กันและกัน
            “อื้อ....”
            และปลดปล่อยทุกหยาดหยดแห่งชีวิตออกมาพร้อมๆกัน






กลับไปเจอกันที่เด็กดีด้วยน้าาา



วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Fic Who's win? [minno] Cut Scene chapter 20 : Markhyuck



Chapter 20 : ช่วงเวลาที่แสนสุข
Markhyuck





            “อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน”
            ไม่มีหรอกคำว่าสุภาพบุรุษหลังจากนี้
            “อย่าช้าสิค้าบบบ...”
            เสียงนุ่มๆกังวานน่าฟังยังคงยั่วยวนไม่หยุด ได้...เดี๋ยวรู้เลยเด็กน้อย
            ร่างสูงถอดเสื้อกล้ามตัวเดียวที่ติดกายออกโยนไปไหนสักที่ในห้อง สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หน้าท้องไร้กล้ามเนื้อแบนราบ ยอดอกสีหวานชูชันทั้งที่ยังไม่ได้เล้าโลมเลยสักนิด ตอด้วยกลีบปากสีสดเผยอเชิญชวน อ่า...ทนได้ก็ยอดคนแล้วเถอะ
            “อื้อ...”
            ท่อนบนเปล่าเปลือยทาบทับกัน เสียดสีบดเบียดจนความร้อนรุ่มก่อตัวขึ้นหนักกว่าเก่า ริมฝีปากร้อนกดจูบตามลำคอสีน้ำผึ้งยาวระหง กลิ่นน้ำหอมแทนสะอาดๆปะปนกับกลิ่นเหล้าและกลิ่นกายเฉพาะชวนให้เสพติดยิ่งกว่าเก่า ไม่รู้เลยว่าตัวเองแทะเล็มซอกคอหอมๆของคนใต้ร่างนานเท่าไหร่
            “อ๊ะ...”
            “ดงฮยอก...เด็กดี...”
            ยอดอกสีสวยเป็นเป้าหมายต่อไปในการจู่โจม ปลายลิ้นตวัดรอบฐานเบาๆ แต่ก็มากพอที่ทำให้หน้าท้องเนียนแขม่วเกร็งเพราะความเสียว ดงฮยอกที่สติเตลิดเปิดเปิงเพราะฤทธิ์น้ำเมาได้แต่กำผ้าปูที่นอนแน่น กำแรงจนมาร์คกลัวว่ามันจะขาดเอา
            “วางตรงนี้สิ”
            จับให้เรียวแขนทั้งสองข้างวางพาดบนแผ่นหลัง จะจิกแรงเท่าไหร่ก็ตามใจ เขาชอบ...
            “อะ...มัน...”
            ปลายนิ้วเรียวกดลงบนแผ่นหลังแน่น ทั่วทั้งร่างพลันกระตุกขึ้นมาเมื่อใจกลางร่างกายถูกอุ้งมือร้อนกอบกุม กางเกงขาสั้นถูกรั้งลงผ่านปลายเท้าอย่างง่ายดาย มาร์คล่ะขอบคุณความเชี่ยวชาญของตัวเองก็วันนี้
            “มะ...อย่า อย่าทำแบบนั้น...อื้อ”
            เจ้าของเรือนผมสีเข้มขยับตัวลงไปที่ระหว่างขาเรียวงาม ข้อมือยังคงสาวตัวตนพอดีมือนั้นขึ้นลงพร้อมนาบปากร้อนๆลงที่ต้นขาเนียน ดูดเม้มความนุ่มของผิวด้วยความมันเขี้ยว เสียงครางฮือละมุนหูยิ่งทำให้เขาอยากกลั่นแกล้งให้เด็กน้อยคลั่งยิ่งกว่าเก่า
            “อ๊ะ ไม่เอา...”
            ความอุ่นร้อนกลืนกินจุดกึ่งกลางร่าง ดวงตากลมฉ่ำน้ำพยายามปรือขึ้นมองว่าใครกำลังทำแบบนี้กับเขา หัวใจในอกเต้นแรงจนแทบหลุดเมื่อสบตาเข้ากับคนที่กำลังใช้อุ้งปากมอบความสุขให้กับตน...
            “พี่มะ มาร์ค...อื๊อออ”
            ลำตัวบางบิดเร้าไปมา ยิ่งเมื่อมาร์คลีห่อปากเม้มตามความยาวผงกหัวขึ้นๆลงๆเป็นจังหวะ ดงฮยอกก็ยิ่งอยากจะเป็นบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอด มือเรียวเผลอสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม จิกทิ้งด้วยความเสียวซ่านสุดตัว
            “อา...”
            ปากของมาร์คลีไม่ได้ดีแต่พูดจากวนประสาท ยิ่งเสียงครางหอบน่าฟังถูกเปล่งออกมาจากปากของคนตัวนุ่มนิ่มมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตวัดลิ้นห่อปากดูดตัวตนของคนใต้ร่างเร็วและแรงมากขึ้นเท่านั้น ร่างในอาณัติเริ่มเกร็งขึ้นๆ เป็นสัญญาณบอกว่าการปรนเปรอของตนนั้นกำลังจะเสร็จสิ้น
            “พี่มาร์ค จะ จะไปแล้ว...อื้อออออ”
            ความรุ่มร้อนทั้งหมดพุ่งตัวไปสู่จุดปลายของสวรรค์ ดงฮยอกคลายมือออกจากกลุ่มผมของรุ่นพี่หนุ่ม แล้วทิ้งตัวลงนอนหอบ ยิ่งกว่าตอนถูกทำโทษให้วิ่งรอบสนามมา คนอายุมากกว่ากลืนกินหยาดน้ำสีขาวขุ่นลงคอแบบไม่นึกรังเกียจ เอาล่ะ...
            “ดงฮยอกอา...”
            “ฮื้อ...”
            “ครั้งนี้พี่ขอนะ”
            ถ้าไม่ให้ มาร์คลีคงต้องน้ำตาไหลเป็นสายเลือด เจ้ามัคน้อยในกางเกงตอนนี้คับพองจนแทบระเบิดอยู่แล้ว สองมือจับเรียวขาสวยแยกออก ขณะที่เอื้อมมือไปยังลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หยิบหลอดสีสวยที่แสนคุ้นเคยมาได้หลอดหนึ่ง ไม่รู้จะพอมั้ย...
            “อ๊ะ...เดี๋ยว...อะ...”
            บางสิ่งเหลวหนืดเย็นๆถูกป้ายที่ปากทางนุ่มเบาๆ ดงฮยอกเบิกตากว้าง ทว่ายังไม่ทันโวยวายฝ่ามืออบอุ่นก็ประคองซีกหน้าด้านหนึ่งของเขาไว้เบาๆ
            “เชื่อใจพี่นะ”
            ทำไมถึงยอมเชื่อกันนะ...
            “อื้อ...”
            ฟันซี่เล็กขบลงบนปากล่างเพื่อกลั้นเสียงครวญแสนเจ็บปวด สิ่งแปลกปลอมรุกรานเข้ามาในช่องทางที่ยังไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำมาก่อน จากเพียงนิ้วเดียวก็เพิ่มมาเป็นสอง
            “เจ็บ...ผมเจ็บ...”
            “ชู่ว...กอดพี่ไว้นะครับ”
            แผ่นหลังแข็งแรงถูกเรียวแขนโอบรัด ฝากฝังปลายเล็บลงบนเนื้อเพียงเพื่อระบายความเจ็บแสบ นิ้วที่สามถูกสอดเข้าไปเพิ่ม ขยับเข้าออกเพื่อปรับให้ช่องทางคับแน่นพรั่งพร้อมที่สุด
            “อะ!
            ความเสียวพุ่งวูบขึ้นมาเมื่อนิ้วทั้งสามสะกิดไปโดนบางจุดในช่องทางรัก อะไรกัน...ความรู้สึกแบบนี้ เสียงครางแผ่วเริ่มลอดออกมาจากปากที่เม้มแน่น หมัดเล็กๆทุบลงใส่แผ่นหลังของมาร์คลี ที่แก้งขยับนิ้วไปจี้จุดตรงเดิมๆให้เขาสั่นไปทั้งตัว
            “พร้อมแล้วนะ”
            ถ้าตอบว่าไม่พร้อมมันจะเป็นยังไงอะ
            “อึก...ค่อยๆ...เจ็บ...”
            น้ำใสๆเอ่อรอบดวงตากลม ขนาดของสิ่งที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในช่องทางด้านหลังมันมากกว่าที่จินตนาการไว้เสียอีก ท่อนเนื้อแข็งขืนค่อยๆเคลื่อนเข้าไปจนสุด ดงฮยอกเองก็พยายามผ่อนคลายตามเสียงกระซิบที่อยู่ข้างหู
            “อื้อ”
            ริมฝีปากทั้งสองถูกประกบเข้าหากันอีกครั้ง ปลายลิ้นในสอดเข้ามาตวัดรัดพันด้วยลีลาร้อนแรงแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อนจากรุ่นพี่หน้าหล่อ เอวสอบด้านล่างเริ่มขยับจากช้าเป็นจังหวะเร็วขึ้นเมื่ออาการเกร็งหายไป เสียงดูดดึงเฉอะแฉะและเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง ท่อนแขนสีน้ำผึ้งโอบรอบลำคอคนด้านบนให้โน้มลงมาบรรเลงเพลงจูบได้อย่างถนัด
            “อา...พี่ พี่มาร์ค...”
            “ดงฮยอกอา”
            สองมือบีบเค้นจับบั้นเอวเหมาะมือแนบแน่น สาวเอวเร็วขึ้น แรงขึ้นตามขีดอารมณ์ ยิ่งเสียงครางของคนใต้ร่างลอยมากระทบหู ก็ยิ่งจงใจขยับกายขยี้เข้าไปยังจุดเดิมซ้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนอีกฝ่ายอ่อนระทวย
            “อะ ไม่ ไม่ไหว...”
            “ใจเย็นเด็กดี...”
            มาร์คแทบจะทิ้งตัวลงทับเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งเซ็กซี่ด้านล่าง วางแขนคร่อมระหว่างช่วงไหล่มน จูบซับไปตามกรอบหน้า ใบหู และซอกคอหอมกรุ่น แผ่นหลังรู้สึกได้ถึงเล็บสั้นๆที่จิกลงมาเพราะความเสียวซ่าน เสียงเรียกชื่อผะแผ่วนำพาให้อารมณ์พุ่งขึ้นจนแทบถึงขีดสุด
            “พี่มาร์ค...มาร์ค”
            “ไปด้วยกัน...”
            มือผละจากเอวที่กำลังขึ้นรอยช้ำ รวบเอาแขนที่พาดอยู่บนไหล่กดลงกับที่นอนนุ่ม ประสานนิ้วสอดเข้ากับฝ่ามือที่เล็กกว่า ส่งผ่านความต้องการและความรักลงบนเรือนร่างด้านใต้อย่างหนักหน่วง ช่องทางหวานแทบลุกเป็นไฟยามที่ตัวตนของมาร์คลีสาวเข้าออก
            “อ๊ะ...อือออ...”
            คลื่นความเสียวซ่านเริ่มบิดมวนอยู่ในท้องน้อย ดงฮยอกไม่รู้ตัวสักนิดว่าเผลอส่งเสียงร้องครวญครางออกมาดังขนาดไหน จนกระทั่งความร้อนระอุพวยพุ่งออกไปจนเลอะทั้งหน้าท้องแบนราบ ร่างแกร่งด้านบนสาวเอวรัวเร็วราวกับทุกอย่างจะลุกเป็นไฟ บีบมือที่ประสานอยู่จนแทบสุดแรง จากความต้องการที่พุ่งทะลุ
            “อา...”
            เพราะไม่ได้ปลดปล่อยแบบนี้มานานเหลือเกิน ของเหลวอุ่นร้อนจึงทะลักออกมาจากช่องทางตอดรัด คนอายุมากกว่ากดจูบลงบนกลีบปากที่กำลังช้ำเพราะโดนดูดเบาๆ ไม่ได้อยากเป้นคนเอาแต่ใจหรอกนะ แต่ทว่า...
            “ดงฮยอกอา...”
            “อื้อ แฮ่กๆ ครับ...”
            “พี่ขออีกรอบนะ”
            ดงฮยอกเคยขัดใจพี่เขาได้สักครั้งหรือเปล่านะ
            ไม่ทันได้อ้าปากพูดร่างปวกเปียกก็ถูกพลิกคว่ำ สะโพกมนถูกจับยกสูง พร้อมๆกับความแข็งขืนที่สอดกระแทกเข้ามาอีกครั้ง มากกว่า...ลึกล้ำยิ่งกว่าเก่า...
            ค่ำคืนนี้มันยังอีกไกลนัก...




ฝากกลับไปคอมเมนต์ที่เด็กดีกันด้วยน้าาา


วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Fic Who's win? [minno] Cut Scene chapter 20 : ช่วงเวลาที่แสนสุข



Cut Scene

Chapter 20 : ช่วงเวลาที่แสนสุข



            “มาเริ่มกัน...”
           
            ปมของเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำถูกดึงออก มือแข็งแรงค่อยๆแหวกสาบเสื้อให้แยกออกจากกัน ผิวขาวจัดนุ่มมือเสมอ บั้นเอวได้รูปถูกสองมือบีบเค้น ขณะที่ริมฝีปากร้ายเริ่มพรมจูบไปตามหน้าท้องที่มีลอนกล้ามเนื้อบางๆ ดูดเม้มจนเป็นรอย ส่งผลให้คนที่กำลังยืนเข่าอยู่ตรงหน้าตัวสั่นเพราะแรงอารมณ์ที่เริ่มปะทุ
            “อะ อื้อ...”
            มือขาววางลงบนไหล่เปลือย ออกแรงบีบเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงดี เสื้อคลุมอาบน้ำแหวกออกจนตกลงมากองที่ข้อศอก
            “อ๊ะ...”
            ยอดอกถูกปลายลิ้นร้อนตวัดเลียเบาๆเป็นการทักทาย นั่นก็มากพอให้สะท้านเยือกไปทั้งตัว ร่างขาวถูกรั้งให้ทิ้งตัวลงบนตักแกร่ง แผ่นอกยังคงถูกลิ้มรส ดูดชิมสลับไปสลับมา ยิ่งแจมินทำแบบนั้นเจโน่ก็ยิ่งจิกปลายนิ้วลงบนไหล่ของอีกคนแรงขึ้น
            “อื้อ มะ มัน...”
            “ยังหรอกคนดี มันยังไม่เสียวพอหรอก”
            ลำคอขาวถูกปลายจมูกซุกซนสำรวจไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ผิวขาวๆถูกมือลากผ่านบีบเค้นอย่างมันเขียว ยิ่งบริเวณยอดอกสีสวยยิ่งถูกกลั่นแกล้งหนักเป็นพิเศษ ปลายนิ้วหัวแม่มือบดขยี้จุดไวต่อสัมผัสจนร่างบนตักบิดตัวไปมา สะโพกมนเสียดสีกับตัวตนด้านล่างจนมันแข็งขืนบดเบียดไปกับร่องเนื้อนุ่มนิ่ม
            “อะ จะ แจมิน”
            “ครับ...”
            ปลายลิ้นชื้นฉ่ำเลียตามกลีบปากนุ่มที่เผยอเรียกชื่อตน  สอดเข้าไปทักทายปลายลิ้นนุ่มในโพรงปากแสนหวานล้ำ ลอกล่อราวกับงูร้ายให้เจโน่แลบลิ้นออกมาต้อนรับ ลิ้นสีหวานถูกดูดรั้งเข้ามาในปากคนร้ายกาจราวกับเยลลี่รสอร่อย เสียววูบวาบไปถึงท้องน้อย ก่อนจะบรรเลงเพลงจูบที่แท้จริงนับจากนี้
            “อืมมม...”
            รสจูบร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ท่อนแขนขาวโอบรอบลำคอเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งอ่อนราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยว
            “อ๊ะ...จะ แจ...อะ มิน...”
            เสียงครางเครือผะแผ่วเปล่งออกมาเมื่อตัวตนด้านล่างถูกฝ่ามือร้ายเกาะกุม ใบหน้าเนียนบิดเบ้เหยเกเพราะความซ่านเสียวที่เริ่มเกาะกิน
            “อื้อ ยะ อย่า อย่ามามอง”
            “เมียน่ารักขนาดนี้ ไม่มองได้ไงล่ะ”
            ยิ่งพูดก็ยิ่งขยับข้อมือสาวขึ้นลงเร็วขึ้น...เร็วขึ้นจนเจโน่ครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา ทั่วทั้งร่างกระตุกเกร็งเพราะความต้องการใกล้พุ่งทะลักออกมาจากส่วนปลายสวรรค์
            “จะ จะไปแล้ว แจมินอา แจมิน”
            “ครับ ร้องออกมา ร้องออกมาเลย”
            ข้อมือด้านล่างขยับรัวขึ้นเร็วขึ้นกระทั่งของเหลวสีขาวขุ่นถูกปล่อยออกมาจนเต็มกำมือ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความต้องการมองคนที่กำลังหอบหายใจอยู่แล้วยกยิ้มบางๆ
            “เจ็บก็บอกนะ”
            “อื้อ”
            ช่องทางด้านหลังถูกปลายนิ้วเปื้อนของเหลวเหนียวหนืดแตะเบาๆ นวดวนรอบรอยจีบสีหวานอยู่อย่างนั้น นวดวนไปมาจนมันคลายความเกร็งลงไป เจโน่ครางเสียงพร่าเมื่อนิ้วแรกถูกแทรกเข้าไปเพื่อปรับช่องทาง ตามด้วยนิ้วสอง ความเจ็บเพราะสิ่งแปลกปลอมแล่นจี๊ดขึ้นมาถึงกลางหลัง ทว่าการปลอบประโลมจากคนรักกลับทำให้เขาค่อยๆผ่อยคลายการเกร็งลงอย่างไม่น่าเชื่อ
            “ค่อยๆผ่อนคลาย อย่างนั้น...อย่างนั้นแหละครับ”
            นิ้วที่สามสอดเข้าไปอย่างง่ายดาย ก้านนิ้วร้านคว้านไปทั่วผนังนุ่มนิ่มร้อนผ่าวปรับขยายให้เหมาะกับสิ่งที่จะสอดใส่เข้ามาหลังจากนี้
            “อ๊ะ!
            ปลายนิ้วสะกิดบางส่วนที่ทำให้ความรู้สึกซาบซ่านขึ้นสมอง ยิ่งเขาร้องเพราะปลายนิ้วในช่องทางขยับไปโดนมากเท่าไหร่ แจมินก็ยิ่งแกล้งจี้เข้าไปในจุดนั้นมากขึ้น แรงขึ้นมากเท่านั้น
            “ยะ อย่าแกล้งซี่...อื้ออออ”
            ชายหนุ่มตัวขาวอ้าปากพะงาบๆ รู้สึกจุกไม่น้อยเมื่อความใหญ่โตสอดแทรกเข้ามาแทนที่นิ้วมือทั้งสาม ต้องขอบคุณการเบิกทางที่ดี มันถึงผลุบเข้ามาในร่างเขาได้ง่ายดายขนาดนี้
            “ลึก...มะ มันลึก...”
            “ชอบมั้ย”
            “อื้อ...ซี้ด...”
            เอวสอบขาวจัดเริ่มถูกมือแข็งแรงประคองให้ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ จุดกระสันผายในถูกส่วนปลายหยักกระทุ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ความเสียวซ่านหวามไหวเริ่มครอบงำให้คนด้านบนโยกตัวไปตามอารมณ์เองโดยไม่มีการสอนอีกต่อไป
            “อ่า...ดี อย่างนั้นแหละที่รัก”
            “อื้อ มะ มัน สะ เสียว...”
            เสียงเนื้อสะโพกนิ่มกระทบกับหน้าขาดังคลอไปกับเสียงครวญครางที่ล่องลอยออกมาจากปาก เจโน่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดันให้ลอยสูงขึ้นไปในห้วงอวกาศที่ตนไม่เคยรู้จัก ยิ่งโยกตัวลงครอบครองตัวตนใหญ่โตในช่องทางด้านหลังมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากกรีดร้องเพราะความซาบซ่านออกมาดังๆ
            “แจ แจมิน แจมิน...”
            “ครับ เจโน่...เจโน่อา”
            มือแกร่งรั้งให้คนที่กำลังสวมบทบาทนักขี่ม้ามือฉมังโน้มใบหน้าลงมารับรสจูบเผ็ดร้อน มือขาวข้างหนึ่งเปลี่ยนจากวางบนไหล่สอดเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้ม ทั้งปากทั้งช่องทางด้านล่างถูกรุกล้ำกลืนกินจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
            “เจโน่ของฉัน...วิเศษจริงๆ”
            ร่างกายขาวจัดพอดีมือกำลังขับเคลื่อนตัวอยู่บนร่างของเขา เป็นภาพที่ไม่คิดไม่ฝันอะไรขนาดนี้ แจมินส่งเสียงครางต่ำแสดงความพึงพอใจออกมา ยิ่งรู้สึกใกล้ฝั่งฝันก็ยิ่งครางออกมาจนคนด้านบนหน้าร้อนผะผ่าวไปหมด
            “อะ จะ จะไม่ไหวแล้ว”
            “ไปพร้อมกันที่รัก ซี้ด...”
            เจ้าของผิวขาวจัดเริ่มขยับโยกตัวเร็วขึ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับเอวสอบด้านล่างที่ขยับสวนขึ้นรับจังหวะได้อย่างเหมาะเจาะ ผสานลีลาท่วงท่าราวกับคุ้นชินกันมาหลายต่อหลายครั้ง ความเสียวซ่านสุขสมซาบซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย ก่อนที่ความต้องการทั้งหมดจะพวยพุ่งออกมาจนดวงตาพร่างพราย...
            “อะ อา...”
            ความร้อนจัดพุ่งเข้ามาจนเต็มช่องทางร้อน แต่ดูเหมือนสำหรับนาแจมิน แค่รอบเดียวมันจะยังไม่พอ
            “อ๊ะ เดี๋ยวก่อน...”
            คนที่กำลังหอบจัดถูกพลิกลงมาใต้ร่าง รอยยิ้มร้ายราวกับหมาป่าหิวกระหายเล่นเอาเจโน่กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
            “เหนื่อยยัง”
            “นะ เหนื่อยแล้ว”
            “แต่เราไม่”
            อะ ไอ้คนโรคจิต

            “ลองดูท่านี้ดีมั้ย?”

            ทะ ท่าไหนวะ นาแจมินนน!!!!    






กลับไปคอมเมนต์ที่เด็กดีให้ด้วยน้าาา