Fic Who’s win? [minno] Cut
Chapter 10 : ใจร้าย
“หยุด...หยุดนะแจมิน!!!”
ใบหน้าหวานโน้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่ร้องห้ามโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
มือข้างหนึ่งปล่อยจากข้อมือขาวที่ขึ้นรอยช้ำมาจับใบหน้าที่พยายามเบี่ยงหนีให้รองรับแรงอารมณ์ของตนอย่างถนัด
พวงแก้มนุ่มๆที่เขาเคยถนอมถูกบีบจนริมฝีปากเปิดออกให้ปลายลิ้นดุดันสอดเข้าไปหาความหวานล้ำจากภายใน
เรียวลิ้นร้ายดุจอสรพิษตวัดเกี่ยวปลายลิ้นที่พยายามต่อต้านอย่างรุนแรง
ซึ่งการต่อต้านนั้นก็ไม่ต่างจากการตอบสนองดีๆนี่เอง
“อื้อ...อย่า!!”
กระดุมชุดนอนถูกกระชากจนหลุดออกจากรังชนิดที่คงเอามาใส่อีกรอบไม่ได้
แรงของชายหนุ่มหน้าหวานมันเยอะจนทำให้ผ้าที่กระชากออกนั้นบาดผิวขาวๆเป็นรอยแดง
ยอดทับทิมสีสวยที่เคยได้แค่มองเมื่อคืน ตอนนี้ถูกปลายนิ้วเรียวยาวบดขยี้
เป็นผลให้เจโน่เบ้หน้าด้วยความรู้สึกที่ซาบซ่านขึ้นมา
แม้จะเจ็บแต่มันก็เสียวซ่านไม่แพ้กันเลย
“อะ หยุดเดี๋ยวนี้!”
เขาไม่อยากตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชไปมากกว่านี้อีกแล้ว...
เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องตกมาอยู่ในสภาพของผู้ที่ถูกกระทำเช่นนี้
มันรับไม่ได้ และเขาก็ไม่อยากรับด้วย ไอ้ความรู้สึกทุเรศทุรังนี่มันอะไรกัน
ไม่! เขาไม่ยอม!
พลั่ก!!
ร่างสูงด้านบนถูกชายหนุ่มตัวขาวยกเท้าถีบจนกระเด็นตกจากเตียง
เจโน่ไม่มีเวลามาคิดอะไรทั้งนั้น
ได้แต่พุ่งตัวไปคว้าข้าวของส่วนตัวและวิ่งหนีไปที่ประตูห้องนอน
กระชากเปิดมันออกแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
“จะไปไหน!”
เสียงคำรามนั้นไล่ตามหลังมา
ทำเอาแข้งขาแทบพันกัน จู่ๆคนหน้าคมก็รู้สึกเหมือนอยากร้องไห้
ตอนนี้รอบตัวของเขามีห้องและบันไดสองฝั่งที่ไม่รู้ว่าต้องลงทางไหนแล้วจะไปทางประตูบ้านได้เร็วที่สุด
ฝีเท้าวิ่งตามมาทำให้เขาตัดสินใจวิ่งไปหาบันไดที่ใกล้ที่สุดแล้ววิ่งลงไปจนสุดกำลัง
โดยไม่รู้ว่ามัจจุราชด้านหลังกำลังเหยียดยิ้มร้ายขนาดไหน...
เฮ้ๆ
นี่มันบ้านเขานะ คิดว่าจะมีทางออกให้ลูกแมวน้อยใจร้ายแบบนั้นงั้นเหรอ
ทางที่ดีที่สุดคือยอมกลับมาให้เขาทำโทษบนเตียงต่างหาก
“บะ บ้าน่า! นี่มันห้องเก็บของ...”
ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั้งไขสันหลัง
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอจากด้านหลังส่งให้รีบหันหน้ากลับไป...
“อึก!!”
ใบหน้านั้นอยู่ใกล้จนแทบจะเข้ามาหลอมรวมกับตัวเขา
ก่อนที่แรงมหาศาลจะผลักให้ตัวเขาแนบกับกำแพงกระจกหนา
จมูกโด่งรั้นสูดดมไปตามซอกคอเนียนแล้วประทับตราความเป็นเจ้าของลงไปจนขึ้นรอย
“อย่า...ไม่เอาแบบนี้นะแจมิน”
คนน่ารักคนนั้นหายไปไหนแล้ว
ทำไมตอนนี้มีแต่ปีศาจร้ายที่กำลังรังแกเขาอย่างนี้
“ไม่เอาไม่ได้
เจโน่น่ากินขนาดนี้อ่ะ” เสียงนั้นกระซิบข้างหูอย่างกระเส่า คนตัวขาวรับรู้ถึงฝ่ามือที่เลื่อนขึ้นมาบดคลึงยอดอกของตัวเองอีกครั้ง
เสื้อนอนถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นทาง มีเพียงริมฝีปากที่จูบไล่ไปทั่วทั้งแผ่นหลัง
ความเสียใจแล่นขึ้นมาจุกอกจนเรี่ยวแรงที่จะหลบหนีลดลงทุกที
“นายกำลังทำฉันเสียใจ
อ๊ะ!”
ส่วนสำคัญกึ่งกลางลำตัวถูกกอบกุมไว้ด้วยอุ้งมือร้าย
มันค่อยๆขยับรูดขึ้น-ลง ทั้งเร็วทั้งช้าจนร่างที่ถูกกระทำกำมือแน่น หอบหายใจ
ทั้งบนแผ่นอก ทั้งตรงกลางร่างถูกรุกเร้าหนักหนาเหลือเกิน
ใบหน้าได้รูปเชิดขึ้นตามสัญชาตญาณที่พุ่งพล่าน
ร่างขาวจัดถูกพลิกกลับมา
ตามด้วยร่างแข็งแรงที่เบียดทับ ริมฝีปากร้อนแนบลงรุกรานกลีบปากช้ำอีกรอบ
ขณะที่มือก็ไม่ได้หยุดการขยับเลยแม้แต่น้อย
ไหล่ที่เจ้าตัวมั่นใจว่าแข็งแรงนั้นเริ่มสั่นเกร็ง ปลายเท้าจิกกับพื้นกระเบื้องแน่น
ท่อนแขนถูกจับยกให้ขึ้นมาวางพาดไหล่
กอดร่างผิวสีเข้มกว่าแล้วกระตุกปลดปล่อยทุกหยาดอารมณ์ออกมาจนเต็มฝ่ามือ
“อา...”
“จะไม่หนีแล้วใช่มั้ยคนดี...”
ทำไมถึงถามทั้งที่กำหนดคำตอบไว้แล้ว...
เขาจะหนียังไงงั้นเหรอ?
ฉันจะหนีไปจากนายยังไงแจมิน?
ฉันแพ้แล้ว...
ฉันคงแพ้นายแล้วจริงๆ
“อั่ก! เจ็บ...”
ไม่ต่างจากครั้งแรกบนโซฟา
เพียงแค่นิ้วเดียวที่ถูกสอดแทรกเข้าไปมันก็เจ็บไปหมดแล้ว
แจมินกดจูบตามลำคอที่เริ่มชื้นเหงื่อ เกลี่ยไล้ปลอบโยนแม้คนในอ้อมกอดจะเบ้หน้าเจ็บแค่ไหน
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ใจดีพอที่จะหยุดมัน เรียวนิ้วสองนิ้วขยับเบิกทางเข้าออก
ไม่นานนิ้วสามที่ชุ่มไปด้วยของเหลวหนืดก็ถูกส่งเข้าไป
ปลายนิ้วสะกิดถูกจุดเสียวซ่านเป็นครั้งคราว ทำให้เจโน่สะดุ้งตาม และแค่นี้คงพอ...
“แต่เราไม่ได้หายโกรธในสิ่งที่เจโน่พูดหรอกนะ!”
ร่างปวกเปียกของแมวตัวน้อยถูกดันหันหน้าไปที่ราวบันได
แจมินใจดีให้อีกคนมีที่จับยึดเชียวนะ เนื้อสะโพกมนถูกแหวกออก
ก่อนที่ความปวดร้าวยิ่งกว่านิ้วสามนิ้วจะถูกกระแทกเข้ามาจนสุดในทีเดียว
มันเจ็บจนร้องห่าอะไรไม่ออกทั้งนั้น
“อึก...เจ็บๆ ไม่ๆ
ไม่เอาแล้ว!”
ชายหนุ่มเดือนคณะวิศวะจะดึงตัวออก
ซึ่งเดือนต่างคณะที่อยู่ด้านหลังกลับไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้น
ท่อนแขนแข็งแรงรวบเอวขนาดพอดีไว้แน่น เริ่มขยับตัวเมื่อกดแช่ไว้นานพอสมควรแล้ว
ยิ่งคนใต้ร่างสะอึกสะอื้นและครวญครางมากเท่าใด เขาก็ยิ่งใสกายเข้าไปแรงมากขึ้นเท่านั้น
แน่ล่ะ...เขาโกรธ โกรธมากจริงๆ
“อา! แจมิน...มัน...”
“เสียวเหรอ
ชอบมั้ยล่ะ?”
คำหยาบๆร้ายกาจที่พ่นออกมาเวลานี้กลับทำให้บรรยากาศร้อนขึ้นไปอีก
ความใหญ่โตของสิ่งที่มันรุกรานเขากำลังกระแทกความซ่านเสียวจนตอนนี้เจโน่จะยืนไม่อยู่แล้ว
มันทั้งสุขทั้งทรมานในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ยิ่งตอนที่แจมินเอื้อมมือมาชักรูดด้านหน้าของเขาไปพร้อมกันมันก็ยิ่งรู้สึกดีผสมผสานความเจ็บปวดอันแปลกประหลาด
“ไม่ ไม่ไหว...อ่ะ”
“ใจเย็น...พร้อมกันสิครับ”
เอวสอบขยับถี่รัวจนคนด้านล่างครางไม่เป็นศัพท์
ก่อนจะกระแทกครั้งสุดท้ายเข้าไปพร้อมปลดปล่อยธารความรู้สึกอันอุ่นร้อนเข้าไปจนหมด...
“อ่ะ
ไม่ไหว...ฉันเหนื่อย”
ฉันเจ็บด้วย...
ไม่รู้ว่าเจ็บขนาดไหน
แต่ตอนนี้น้ำตาของเจโน่ยังไหลไม่หยุดเลย
“แต่เราไม่เหนื่อยว่ะ...
...ไปที่เตียงกันเถอะ”
ใช่...น้ำตามันหยุดไหลไม่ได้เลย...
อะแฮ่มๆๆ
กลับไปเมนต์กันด้วยเด้อรีดเดอร์ที่น่ารัก